Report News in Asia

คืบหน้าร้อยละ 80 งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

Posted on March 1, 2019 by admin

รองนายกฯเผยงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก มีความคืบหน้าร้อยละ80ยึดตามโบราณราชพระราชประเพณี ตามพระราชกระแสรับสั่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่หรูหรา ฟุ่มเฟือย เกินไปกว่าที่เป็นพระราชประเพณีเดิม นอกจากนี้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงแนะนำระมัดระวังเรื่องการเคลื่อนย้ายผู้คนในระหว่างพิธี

วันนี้(1มี.ค.)กรมประชาสัมพันธ์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เปิดดำเนินการศูนย์สื่อมวลชนสำหรับงานพระราชพิธีเป็นวันแรก ที่ชั้น1 อาคารหอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ ซอยอารีย์สัมพันธ์ พร้อมจัดแถลงข่าว ‘การเตรียมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก’ โดยมีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการฝ่ายพิธีการ เป็นประธาน ร่วมด้วย พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯกทม.) พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ) พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ และนางทัศนีย์ ผลชานิโก รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์

นายวิษณุ กล่าวว่า งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกที่กำลังจะมีขึ้นในอีก1เดือนข้างหน้านี้ ถือเป็นพระราชพิธีสำคัญที่ยิ่งใหญ่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชกระแสรับสั่งกับนายกรัฐมนตรีว่าขอให้จัดเพียงตามโบราณราชประเพณีเท่านั้นอย่าไปสร้างเสริมเติมแต่งอะไรขึ้นใหม่ให้หรูหรา ฟุ่มเฟือยหรือมากเกินไปกว่าที่เป็นพระราชประเพณีเดิม ให้ทำโดยรวบรัด ถ้าสามารถรวบรัดได้และคำนึงถึงการประหยัด หลักนี้เป็นหลักที่รัฐบาลรับใส่เกล้าใส่กระหม่อมมาและยึดแนวพระราชกระแสดังกล่าวมาโดยตลอด โดยพระราชพิธีบรมราชาภิเษก แบ่งออกเป็น 3 ช่วงเวลา เรียกว่าพระราชพิธีเบื้องต้น พระราชพิธีเบื้องกลางและพระราชพิธีเบื้องปลาย

สำหรับฝ่ายจัดพิธีการ มีการเตรียมการต่างๆ 1.เรื่องตราสัญลักษณ์ ซึ่งจะใช้ประทับลงบนคนโทน้ำศักดิ์สิทธิ์ และมอบให้ กทม.นำไปประดับตกแต่งสถานที่และเส้นทางเสด็จฯ ตลอดจนธงพระราชพิธีที่มีพื้นสีเหลืองและตราสัญลักษณ์อยู่ตรงกลางและจัดทำเป็นเข็มที่ระลึก 2.เลือกพระบรมฉายาลักษณ์ เพื่อใช้ให้เหมือนกันทั้งประเทศ 3.เตรียมน้ำสำหรับใช้พิธีสรงมุรธาภิเษก โดยจะมีพิธีพลีกรรมวันที่ 6 เม.ย.นี้ 4.เตรียมน้ำศักดิ์สิทธิ์จากทุกจังหวัด สำหรับใช้เป็นน้ำอภิเษกและมีพิธีตักน้ำจากแหล่งศักดิ์สิทธิ์พร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 6 เม.ย.โดย 8-9 เม.ย.จะเชิญน้ำไปจัดเก็บในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของแต่ละจังหวัด จากนั้นแต่ละจังหวัดจะเชิญไปเก็บไว้ที่ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยจัดเก็บในคนโทตราสัญลักษณ์

5.เตรียมเครื่องมือเครื่องใช้แผ่นทองคำสำหรับใช้จารึกพระสุพรรณบัฏแกะดวงพระราชสมภพ และแกะพระราชลัญจกร 6.เครื่องมือเครื่องใช้ก่อสร้างมณฑปพระกระยาสนาน ซ่อมเกยสำหรับที่จะเสด็จลงเสลี่ยงหรือพระราชยานก้าวลงประทับแล้วเสด็จฯเข้าสู่พระอุโบสถ และ7.การเตรียมเกี่ยวกับขบวนพยุหยาตรา ซึ่งในขบวนพยุหยาตราสถลมารคจะใช้เวลาทั้งหมด 4.30 ชั่วโมง ฝ่ายทหารได้เตรียมการส่วนนี้แล้ว ส่วนขบวนพยุหยาตราชลมารค จะมีช่วงปลายเดือนต.ค. เริ่มที่ท่าวาสุกรีไปยังวัดอรุณฯ และจะมีการเห่เรือตลอดเส้นทาง ระยะทาง 4 กิโลเมตร

นายวิษณุ กล่าวด้วยว่า วันที่ 6 พ.ค.เสด็จออกสีหบัญชรประชาชนสามารถเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายพระพรชัยมงคลได้ที่ถนนสนามไชย สวนสราญรมย์ ศาลฎีกา ไปจนถึงสนามหลวง คาดว่าจะมีประชาชนนับแสนนับล้านร่วมเฝ้าชื่นชมพระบารมี โดย กทม.จะติดตั้งจอแอลอีดีให้ได้รับชมการถ่ายทอดสดพร้อมเพรียงกัน หลังจากนี้จะเสด็จรับคณะทูตถวายพระพรชัยมงคล ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เป็นการเสร็จพระราชพิธีเบื้องกลาง

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า งานพระราชพิธีครั้งนี้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงแนะนำให้ระมัดระวังเรื่องการเคลื่อนย้ายผู้คนระหว่างพิธีต่างๆ เนื่องด้วยพระราชวงศ์หลายพระองค์ รวมทั้งบุคคลสำคัญต่างๆ สูงอายุ การเดินจากที่หนึ่งไปยังที่หนึ่งเป็นการเปลี่ยนจุดที่ละเอียดอ่อน จะต้องเป็นฝ่ายรอเฝ้าฯก่อนหรือตามไปเฝ้าฯทีหลังต้องได้จังหวะจะโคนที่พอดี

‘ทั้งหมดเป็นเรื่องที่ต้องเตรียมการ และต้องเตรียมอย่างอื่น ขณะนี้ 7 อย่างที่เตรียมไว้เกือบเสร็จเรียบร้อยแล้ว เกิน 80 เปอร์เซนต์ ยังจะมีบางเรื่องที่อาจจะต้องเตรียมเพิ่มเติมในโอกาสต่อไป เมื่อได้รับพระราชทานพระราชวินิจฉัยลงมา’ รองนายกรัฐมนตรี กล่าว

ส่วนเรื่องการเชิญแขก พระราชอาคันตุกะนั้น รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าเรื่องนี้ตกลงกันว่าจะไม่มีการเชิญ แต่ถ้าผู้ใดเสด็จหรือมา รัฐบาลก็จะรับเป็นแขกของรัฐบาลและต้อนรับอำนวยความสะดวกแต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับแจ้ง สำหรับนักท่องเที่ยวกับการมีส่วนร่วมในพระราชพิธีครั้งนี้นั้น เหมือนประชาชนเข้าไป สามารถเข้าไปอยู่ในหมู่ประชาชน และชมการถ่ายทอดทางสถานทีโทรทัศน์ ซึ่งจะมีการถ่ายทอดตลอดทุกพิธี สำหรับพระราชพิธีครั้งนี้ รัฐบาลตั้งงบฯไว้ 1,000 ล้านบาทจะถูกนำมาใช้อย่างเป็นประโยชน์ ไม่สิ้นเปลือง

พล.ต.อ.อัศวิน ผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า กทม.รู้สึกภาคภูมิใจ และเป็นเกียรติอย่างสูงที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในพระราชพิธีสำคัญนี้ โดย กทม.ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้รับผิดชอบการอัญเชิญน้ำอภิเษก การจัดการเฝ้าทูลละออง ธุลีพระบาทในการเสด็จเลียบพระนคร การปรับภูมิทัศน์ เพื่อเตรียมการเฝ้ารับเสด็จ และภารกิจอื่นๆแบ่งเป็น 5 ด้าน ด้านกายภาพ ,ด้านปรับปรุงภูมิทัศน์ อาคาร สถานที่และถนน ,ด้านการบริการและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทในการเสด็จเลียบพระนคร ,ด้านการรักษาความปลอดภัยและการจัดการจราจร และด้านการสนับสนุนการดำเนินงาน

สำหรับในส่วนของการปรับปรุงภูมิทัศน์ กทม.เพื่อเตรียมการเฝ้ารับเสด็จสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กทม.ได้รับมอบหมายให้ดำเนินภารกิจ 1.ปรับปรุงซ่อมแซมผิวจราจร ทางเท้า คันหิน คอกต้นไม้ ไฟฟ้าแสดงสว่าง ระบบการระบายน้ำ ฝาท่อระบายน้ำ ป้ายต่างๆ ศาลที่พักผู้โดยสาร การทาสีตีเส้นเครื่องหมายจราจรในพื้นที่การจัดงานพระราชพิธีฯให้เรียบร้อยสวยงาม กว่า 20 เส้นทาง ขณะนี้มีความก้าวหน้าประมาณร้อยละ 75

2.การจัดระเบียบสายไฟฟ้าและสายสื่อสาร ตลอดจนตู้อุปกรณ์ต่างๆ ในพื้นที่งานพระราชพิธีร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะนี้มีความก้าวหน้าประมาณร้อยละ 50 กำหนดแล้วเสร็จ 15 มี.ค.2562

3.การปรับปรุงซุ้มเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว บริเวณถนนราชดำเนินนอก ถนนราชดำเนินกลาง และมุมพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน รวมทั้งสิ้น 32 ซุ้ม และจัดทำซุมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั่วพื้นที่ กทม.กว่า 106 ซุ้ม พร้อมธงประดับเสา 4,000 ชุด ขณะนี้ได้จัดทำแผนการดำเนินการเรียบร้อยแล้ว เมื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตราสัญลักษณ์งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก กทม.จะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ ภายในเดือน มี.ค.2562

4.การประดับตกแต่งเมือง ได้แก่ การวางต้นไม้ ดอกไม้ประดับ การตกแต่งด้วยงานดอกไม้สดและการตัดแต่งกิ่งไม้ต้นไม้ ขณะนี้ได้ดำเนินการออกแบบและจัดทำรายละเอียดการประดับไว้เรียบร้อยแล้ว โดยจะเริ่มดำเนินการให้แล้วเสร็จในเดือนเม.ย.2562 และจะดูแลให้คงสภาพไว้จนถึงประมาณวันที่ 10 พฤษภาคม 2562

5.การซ่อมแซมและทาสีโบราณสถานทั้งหมดที่อยู่ในเส้นทางการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก รวม 12 แห่ง ประกอบด้วย โบราณสถานประเภทกำแพงและประตูเมือง บริเวณหน้าวัดบวรนิเวศวิหาร 1 แห่ง โบราณสถานประเภทสะพาน7แห่ง โบราณสถานประเภทอนุสาวรีย์ 3 แห่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการกำหนดแล้วเสร็จภายในวันที่31มี.ค.2562

6.โครงการแต้มสีกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นโครงการที่ประสานการมีส่วนร่วมในการปรับปรุงและพัฒนาเมืองจากภาคเอกชน ทั้งโดยการสนับสนุนสีและการร่วมทาสีอาคารในถนนที่มีความเก่าแก่และเป็นสัญลักษณ์สำคัญของกทม.ได้แก่ ถนนตะนาว ถนนสิบสามห้าง ถนนพระสุเมรุ ถนนบำรุงเมือง ถนนเฟื่องนคร และถนนเจริญกรุง ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ กำหนดแล้วเสร็จภายในวันที่ 31 มี.ค.2562

ขณะที่พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่าการรักษาความปลอดภัยและการจราจร งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ขณะนี้จัดทำร่างแผนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ยึดหลักดำเนินการอย่างสมพระเกียรติ ปลอดภัย และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติบูรณาการแผนปฏิบัติงานกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำหรับการถวายความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัยกำหนดพื้นที่ปฏิบัติงาน ได้แก่ พื้นที่ชั้นใน ชั้นกลาง และพื้นที่ชั้นนอก กำหนด 6 โซนเพื่อให้ประชาชนชื่นชมพระบารมี โดยจะผ่านจุดคัดกรองโดยรอบพื้นที่ ก่อนเข้าพื้นที่พระราชพิธีบรมราชาภิเษก

ส่วนด้านการอำนวยความสะดวกการจราจร ช่วงพระราชพิธีเบื้องกลาง วันที่ 2-4 พ.ค. จะมีการปิดการจราจร พื้นที่ชั้นใน 8 เส้นทาง ได้แก่ ถนนราชดำเนินใน ถนนสนามไชย ถนนหน้าพระลาน ถนนหน้าพระธาตุ ถนนท้ายวัง ถนนหน้าหับเผย ถนนหลักเมือง ถนนสราญรมย์ นอกจากนี้ จะจัดจราจรเดินรถทางเดียวอีก 5 เส้นทาง จากนั้นวันที่ 5 พ.ค. เสด็จเลียบพระนคร จะยกระดับปิดการจราจร27เส้นทาง เพื่อรองรับประชาชนเฝ้ารับเสด็จ วันที่ 6 พ.ค.เสด็จสีหบัญชร จะลดระดับปิดจราจรเหลือ 17 เส้นทาง โดยจัดพื้นที่จอดรถรองรับประชาชนใน 4 มุมเมือง จำนวน 27 แห่ง ด้านทิศเหนือ ที่เมืองทองธานี ฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต ศูนย์ราชการ และสโมสรตำรวจ ทิศใต้ บริเวณถนนพุทธมณฑลสาย 4 เซ็นทรัลศาลายา เซ็นทรัลพระราม 2 ทิศตะวันออก บริเวณศูนย์การค้าเมกะบางนา ไบเทคบางนา และทิศใต้ บริเวณห้างเซ็นทรัลเวสเกต โดยองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จัดรถชัตเตอร์บัสรับ-ส่งสู่บริเวณใกล้พื้นที่พระราชพิธีบรมราชาภิเษก 5 แห่ง ได้แก่ บ้านมนังคศิลา บ้านพิษณุโลก แยกวิสุทธิกษัตริย์ ใต้สะพานพระปิ่นเกล้า และปากคลองตลาด เพื่อให้ประชาชนเดินเท้าต่อไปยังพื้นที่พระราชพิธีนอกจากเดินทางโดยรถแล้ว ประชาชนสามารถใช้ขนส่งระบบราง และทางน้ำได้ด้วย

ด้านรองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า การประชาสัมพันธ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก กรมประชาสัมพันธ์ได้จัดทำข้อมูลพระราชพิธีในรูปแบบออนไลน์ 3 รูปแบบ1.เว็บไซต์ www.phralan.in.th มาจากคำว่าพระลานพระราชวังดุสิต ซึ่งสามารถสืบค้นข้อมูลงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ผ่านหนังสือสำคัญ ๆ ที่บรรจุในรูปแบบอีบุ๊ก 4 เล่ม คือหนังสือพระราชพิธีบรมราชาภิเษกฉบับภาษาไทย มี 192 หน้า มีตั้งแต่พระราชประวัติ ความเป็นมาของพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในอดีตมาถึงรัชกาลที่ 9 , หนังสือพระราชพิธีฉบับภาษาอังกฤษ, หนังสือประมวลบทความเกี่ยวกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และหนังสือประมวลองค์ความรู้เกี่ยวกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก มี 143 หน้าที่ได้เปิดตัวแล้ว มีเนื้อหาพิเศษเกี่ยวพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในรัชกาลที่ 10 รวมถึงคลิปที่เกี่ยวข้องของโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ,2.เพจเฟซบุ๊ก พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 มีเนื้อหาเช่นเดียวกับเว็บไซต์พระลาน และ 3.คิวอาร์โค๊ดและกูเกิ้ลไดรพ์ บรรจุข้อมูลต่างๆ ข้างต้นไว้ เพื่ออำนวยความสะดวก

นอกจากนี้ ในการแถลงข่าววันนี้ ยังถือเป็นการเปิดศูนย์สื่อมวลชนย่อย เปิดดำเนินการตั้งแต่วันนี้(1มี.ค.) ไปถึง 26 เม.ย.ณ อาคารหอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ ก่อนย้ายไปเปิดศูนย์สื่อมวลชนหลักตั้งแต่วันที่ 27เม.ย.-6 พ.ค.ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โดยมีสายด่วนสอบถามข้อมูลงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โทร.1257เปิดให้ บริการ 10 คู่สาย และยังเตรียมสร้างความรู้ความเข้าใจพระราชพิธีบรมราชาภิเษกแก่ประชาชน ให้เข้าใจความหมายและซาบซึ้งพระราชพิธีด้วย